ราคาลวงตาเมื่อสั่งของพรีเมี่ยม

ราคาของพรีเมี่ยม

ราคาลวงตาเมื่อสั่งของพรีเมี่ยม
เรื่องที่จัดซื้อต้องรู้เมื่อต้องสั่งของพรีเมี่ยม

ราคาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่สำคัญสุด ๆ เวลาที่เราจะต้องเลือกซื้อของสักอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายจัดซื้อที่ต้องซื้อของให้กับบริษัทฯ เพราะหนึ่งใน KPI หลักก็คือการซื้อของที่ได้คุณภาพมาตรฐานในราคาที่ดีที่สุดที่สามารถหาได้ในท้องตลาด ซึ่งการให้ความสำคัญกับเรื่องราคาเป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่สิ่งที่มักเกิดขึ้นหลังจากการให้ความสำคัญเรื่องราคามากเกินไปก็อาจทำให้เราตกหลุมพลางเรื่องราคาก็เป็นได้ บทความนี้จะมาบอกเล่าหลุมพลางเหล่านี้ และราคาที่ถูกซ่อนจากภาพลวงตาของราคาที่ถูกเหล่านี้ว่าราคาที่เห็นว่าถูกแสนถูกอาจจะซ่อนค่าใช้จ่ายต่อจากนั้นด้วยราคาที่อาจจะแพงจนประเมินค่าไม่ได้เช่นกัน เราทำบทความนี้เพื่อเป็นความรู้และคู่มือสำหรับฝ่ายจัดซื้อที่ต้องจัดหาซื้อสินค้าต่าง ๆ เข้าบริษัทโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าพรีเมี่ยมที่ต้องนำไปใช้จัดกิจกรรมทางการตลาด สิ่งที่ต้องระวังเรื่องราคามีอะไรบ้างเรามาดูกันเลย

1.ค่าขนส่ง ค่าขนส่งถือเป็นปัญหาโลกแตกทั้งการขายแบบออนไลน์ และออฟไลน์มาเป็นเวลาช้านาน กรณีนี้ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่ามีขนส่งเจ้าประจำที่สามารถต่อรองราคา หรือมีเครดิตได้หรือไม่ ถ้าในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ได้แจ้งการใช้ขนส่งของตนเอง ผู้จำหน่ายส่วนใหญ่จะทำการรวมค่าส่งให้โดยอัตโนมัติทั้งแบบระบุรวมในตัวสินค้า หรือบางทีก็แยกค่าส่งให้เห็นชัดเจน โดยส่วนใหญ่ค่าขนส่งที่กำหนดโดยผู้จำหน่ายจะถูกบวกเผื่อไว้เล็กน้อยเพื่อป้องกันการประเมินราคาผิดพลาดทำให้ผู้ซื้ออาจจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายแฝงนี้ในราคาที่แพงขึ้น แต่ในบางกรณีถ้าทางผู้ซื้อไม่ได้มีขนส่งประจำที่ใช้อยู่แล้วต้องหาใหม่เองก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอาจจะแพงกว่าที่ผู้จำหน่ายตั้งมาก็ได้ นอกจากนั้นอาจยังมีเรื่องของการรับประกันสินค้าในระหว่างขนส่งด้วย เรื่องนี้ต้องพิจารณาดี ๆ ว่าต้องการความประหยัดหรือความสะดวก

2.ค่าบริการหลังการขาย กรณีนี้เป็นกรณีที่ต้องทำความเข้าใจกันโดยตลอดมาเมื่อเรานำราคาจากแหล่งขายสินค้าราคาถูกมาเปรียบเทียบ เช่น สำเพ็ง หรือ มาเก็ตเพลสทั่วไปอย่างลาซาด้า ช็อปปี้ เป็นต้น แหล่งเหล่านี้มักจะขายสินค้าโดยไม่ได้รวมบริการหลังการขายมาด้วย และเน้นขายเฉพาะตัวสินค้าแบบขายแล้วจบ แม้จะได้ราคาถูกมาแล้วเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสินค้าที่เสียหายแบบเคลมไม่ได้แล้วราคาที่จ่ายอาจจะแพงกว่าก็ได้ นอกจากนั้นการต้องนำสินค้าไปเข้ากระบวนการผลิตต่อไปอย่างการสกรีนเอง อาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและมีความเสี่ยงมากจนอาจจะทำให้เราต้องจ่ายมากกว่าที่เราควรจ่าย

3.ดอกเบี้ยแฝง ค่าใช้จ่ายนี้มักจะถูกคิดรวมในตัวสินค้าในกรณีที่มีการซื้อขายแบบมีเครดิต ยิ่งมีเครดิตนานยิ่งอาจจะถูกเหมาดอกเบี้ยในราคาที่สูงขึ้นไปด้วย โดยทั่วไปดอกเบี้ยเครดิตมักจะถูกคิดอยู่ที่เดือนละ 2%-5% ผู้ซื้อส่วนใหญ่อาจจะไม่ทันคิดเรื่องเหล่านี้เพราะมักติดกับการพอใจในการได้เครดิตจากผู้ขายมากกว่า ซึ่งถ้าผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้เลยอาจจะต่อรองส่วนลดได้มากกว่า 10% โดยเฉพาะยิ่งถ้าแจ้งความประสงค์จะจ่ายมัดจำให้ในจำนวนที่สูงขึ้น ผู้จำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยมส่วนใหญ่ยิ่งมีความยินดีที่จะให้ส่วนลดแก่ผู้ซื้อมากขึ้นด้วย

4.การรับประกัน ถ้าเราเจอสินค้าที่ราคาต่ำกว่าราคาเฉลี่ยของท้องตลาดให้เราพึงระวังไว้ก่อนดีกว่าว่าอาจจะมีอะไรที่ผิดปกติก็ได้ สิ่งแรกที่ควรจะต้องเช็คก่อนเลยคือเรื่องของการรับประกันว่าทางผู้จำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยมบริษัทนั้นมีนโยบายรับประกันอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันเรื่องการสกรีน คุณภาพสินค้า ความเสียหายระหว่างการขนส่ง หรือระยะเวลาในการรับประกันว่านานเท่าไหร่ ถ้าเจอร้านที่ขายราคาค่อนข้างต่ำแต่ไม่รับประกันอะไรเลยต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะร้านส่วนใหญ่ที่กล้าไม่รับประกันย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าสินค้าของตนมีปัญหาอย่างไร จึงต้องการขายสินค้าในราคาต่ำเพื่อเคลียร์สต็อกทิ้ง และผลักความเสี่ยงไปที่ลูกค้าแทน

5.ค่าออกแบบ สำหรับคนที่ได้ลองเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทที่จำหน่ายของพรีเมี่ยมหลาย ๆ บริษัท การออกแบบฟรีถือเป็นโปรโมชั่นอันดับต้น ๆ ที่ถูกนำเสนอ ในประเด็นนี้ต้องดูกันในรายละเอียดต่อไปว่าการออกแบบที่ฟรีนั้นเป็นการออกแบบในลักษณะไหน เช่น เป็นการออกแบบงานใหม่ทั้งชิ้น หรือเป็นแค่การนำโลโก้ของลูกค้ามาวางลงบนรูปสินค้าโดยไม่ได้ออกแบบอะไรเพิ่มเติม กรณีทั้งสองนี้ค่าใช้จ่ายจะต่างกันอย่างมาก ถ้าเป็นการออกแบบใหม่จริง ๆ ก็ต้องลองเปรียบเทียบดูอีกว่าจริง ๆ แล้วค่าออกแบบถูกแฝงไปในราคาแล้วหรือยัง ถ้าทางผู้จำหน่ายสามารถออกแบบให้ใหม่ทั้งงานโดยที่ยังคงมีระดับราคาที่ใกล้เคียงก็ถือว่าน่าจะฟรีจริง ๆ

6.ค่าสินค้าตัวอย่าง ก่อนผลิตงานผู้ซื้อโดยส่วนใหญ่คงต้องการดูตัวอย่างสินค้าก่อนมีการผลิตจริงเพื่อป้องกันความผิดพลาด ซึ่งในส่วนของการผลิตสินค้าตัวอย่างนี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงในหลาย ๆ กรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่เป็นแบบพิเศษ หรือแบบใหม่ ๆ ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะจะต้องรวมราคาค่าขนส่งตัวอย่างไว้ด้วย ถ้าหากผู้จำหน่ายประเมินว่าอาจจะมีการร้องขอให้ขึ้นตัวอย่างมากกว่า 1 แบบขึ้นไป ทางผู้จำหน่ายอาจจะบวกเผื่อค่าตัวอย่างสินค้าไปเลยตั้งแต่ต้น ซึ่งถ้าผู้ซื้อต้องการลดราคาสินค้าลงอาจจะขอต่อรองจากส่วนนี้ได้ เช่น ขอดูสินค้าตัวอย่างแค่ 1 แบบ หรือบางกรณีสามารถอนุมัติแบบผ่านรูปภาพได้ จะทำให้ผู้ซื้อลดค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ลงได้ แต่ให้แจ้งผู้จำหน่ายเสียตั้งแต่แรก

7.ค่าใช้จ่ายป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ สำหรับบริษัทจำหน่ายของพรีเมี่ยม หรือแม้กระทั่งผู้ขายในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มักมีค่าป้องกันความเสี่ยงซ่อนไว้ในราคาอยู่ ความเสี่ยงเหล่านี้ประกอบด้วย ความเสี่ยงจากของเสียในการผลิต ความเสี่ยงจากความเสียหายจากการขนส่ง ความเสี่ยงจากความไม่พอใจจากลูกค้า ซึ่งข้อสุดท้ายเป็นข้อที่คาดการณ์ได้ค่อนข้างยาก เพราะความพึงพอใจต่อสินค้าของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ในกรณีบริษัทจำหน่ายของพรีเมี่ยมอาจจะประเมินความเสี่ยงข้อนี้จากบุคลิกลักษณะ และการพูดคุยของลูกค้าก่อนทำการเสนองาน หากเห็นว่าลูกค้ามีข้อเรียกร้องมากมายตั้งแต่เริ่มคุยกัน ค่าใช้จ่ายสำหรับความเสี่ยงด้านนี้ก็อาจถูกคิดรวมไว้มากหน่อย

8.ค่าสต็อก สำหรับข้อนี้อาจจะเรียกอีกชื่อได้ว่าเป็นค่าความเร่งด่วน ยิ่งลูกค้าต้องการสินค้าด่วนเพียงใด ค่าใช้จ่ายแฝงจะยิ่งเยอะมากเป็นเงาตามตัวทั้งค่าแรงล่วงเวลา ค่าขนส่งที่ต้องเพิ่มความเร็วขึ้น เงินลงทุนสต็อกสินค้าล่วงหน้า รวมถึงค่าความเสี่ยงสินค้าเสียหายจากการเร่งการผลิต เป็นต้น เพราะฉะนั้นการวางแผนสั่งสินค้าแต่เนิ่น ๆ จะทำให้ผู้ซื้อจะไม่ต้องจ่ายค่างานเร่งโดยไม่จำเป็น

9.ส่วนลดเงินสด สินค้าพรีเมี่ยมเป็นหมวดสินค้าที่หาราคากลางค่อนข้างยาก แม้ผู้จำหน่ายจะแจ้งว่าให้ส่วนลดเงินสดเพื่อเป็นโปรโมชั่นแล้วก็ตาม เพราะราคาที่ลดอาจจะลดจากราคาที่ถูกบวกราคาเพิ่มไปแล้ว แต่ถ้าผู้ซื้อเคยซื้อสินค้าแบบเดิมไปแล้วอาจจะขอต่อรองราคาลงได้เพื่อที่จะได้ส่วนลดเงินสดจริง ๆ

10.ค่าแม่พิมพ์ที่ใช้ผลิต กรณีค่าแม่พิมพ์นี้ดูดีพรีเมี่ยมเราเคยเสียโอกาสการขายจากเสนอราคาสินค้าพร้อมแม่พิมพ์แก่ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทหนึ่งมาแล้ว สาเหตุเพราะฝ่ายจัดซื้อบริษัทนั้นมองไม่เห็นหมายเหตุจากใบเสนอราคาของบริษัทคู่เทียบว่าราคายังไม่รวมค่าแม่พิมพ์ ซึ่งสุดท้ายทำให้ลูกค้าเองต้องซื้อสินค้าในราคาแพงกว่า ประเด็นนี้ไม่อยากให้ฝ่ายจัดซื้อพลาดจนทำให้ต้องเสียโอกาส นอกจากนั้นควรต้องสอบถามเพิ่มเติมต่ออีกด้วยว่าในกรณีที่สั่งซื้อครั้งที่สองค่าแม่พิมพ์จะถูกหักออกอย่างไรบ้างเพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายส่วนนี้ซ้ำซ้อน

11.ค่าทำโลโก้ ขั้นตอนการผลิตนี้เป็นส่วนที่อาจทำให้ราคาที่นำเสนอในแต่ละเจ้าแตกต่างกันได้อย่างมากทีเดียว ด้วยเทคนิคการทำโลโก้ที่หลากหลาย รวมถึงคุณภาพของเครื่องทำโลโก้ด้วย ในบางครั้งราคาการทำโลโก้ของแต่ละเจ้าอาจจะต่างกันได้เป็นเท่าตัวซึ่งนั่นก็หมายถึงคุณภาพที่แตกต่างกันเป็นเท่าตัวด้วย เช่นกัน

12.ค่าคุณภาพวัตถุดิบ นอกจากประเภทวัตถุดิบที่ต่างกันแล้ว วัตถุดิบประเภทเดียวกันยังถูกแบ่งเกรดคุณภาพยิบย่อยไปได้อีกมากมาย จากประสบการณ์ของทีมดูดีพรีเมี่ยมที่คุยกับโรงงานผลิตทั้งในและต่างประเทศกว่าพันโรงงานทำให้เราเจอประสบการณ์เกี่ยวกับความแตกต่างของวัตถุดิบอย่างมากมาย แม้ในใบเสนอราคาอาจจะเป็นชื่อวัตถุดิบเดียวกันก็ตาม ซึ่งการใช้วัสดุเดียวกันแต่คนละเกรดก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่างกันได้อย่างมากทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่าลืมดูเรื่องนี้ด้วย

13.ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อาจจะเป็นค่าธรรมเนียมในการชำระเงิน เช่น การจ่ายด้วยบัตรเครดิต ฯลฯ ถ้าอาจจะมีก็ลองสอบถามดูจากผู้จำหน่ายเสียแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

และนั่นคือสาเหตุบางส่วนที่ทำให้สินค้าพรีเมี่ยมของแต่ละบริษัทมีราคาที่แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งบางบริษัทที่จำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยมให้อาจจะใช้กลยุทธ์การตั้งราคาสินค้าให้ถูกที่สุดในใบเสนอราคาเพื่อให้ชนะการแข่งขันในการเปรียบเทียบราคาก็ได้ และเมื่อมีการตกลงซื้อขายกันค่อยแจ้งค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ เพิ่มหลังจากที่ได้จ่ายมัดจำไปแล้ว และจะทำให้ผู้ซื้อจำใจต้องจ่ายเพิ่มเพื่อที่จะได้ทำการผลิตสินค้าต่อให้จบ แต่สำหรับผู้จำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยมบางเจ้าอาจจะเสนอราคาที่สูงตั้งแต่ต้น แต่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่กล่าวมาทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเพื่อที่จะได้มีต้นทุนสำรองในการให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่จนจบงาน

ในฐานะของการเป็นฝ่ายจัดซื้อเราจึงควรสอบถามเรื่องราคาให้แน่ชัดว่าราคาที่เราทำการเปรียบเทียบได้รวมค่าใช้จ่ายอะไรไว้บ้างแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวภายหลังทั้งการตั้งเบิกสำรอง หรือต้องจ่ายเกินงบที่ตั้งไว้แต่แรก ซึ่งนั่นคือเรื่องยุ่งยากเพราะอาจจะต้องรายงานหัวหน้าถึงเหตุผลที่เหมาะสม โดยอาจจะทำให้หัวหน้าเราอาจจะมองเป็นความผิดพลาดของเราก็ได้ นอกจากนั้นถ้าเราเลือกที่จะผลิตสินค้ากับผู้จำหน่ายของพรีเมี่ยมที่ตั้งราคารวมค่าบริการไว้หมดแล้ว เราอาจจะขอต่อรองราคาในส่วนที่เราไม่ต้องการใช้บริการได้เช่น ค่าออกแบบในกรณีที่เรามีทีมออกแบบเป็นของเราเอง ทำให้เราได้ราคาสินค้าที่เหมาะสมกับราคา ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเป็น และผู้ขายก็สบายใจเพราะไม่ขาดทุน ทำให้เกิดการค้าขายกันอย่างสบายใจและได้รับบริการที่ดีอย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ขอใบเสนอราคา